ต้องลดพุงเทคนิคแก้ปวดหลังแบบง่ายๆ

ปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตารางการใช้ชีวิตประจำวันเริ่มคลาดเคลื่อน ส่งผลให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงานมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ทั้งโรคอ้วน ไวรัสตับอักเสบบี ความดันโลหิตสูง และโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ เป็นต้น

สาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆในร่างกายคือ…

1.การนั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
2.แบกสัมภาระระหว่างเดินทางหนักเกินไป
3.ยืนหรือนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ
4.เริ่มมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตผิดตารางเวลา
5.ติดโทรศัพท์มือถือ ก้มมากเกินไป ทำให้ปวดเมื่อย

และทันทีที่คุณมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตแบบคนคนรุ่นใหม่ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ปัญหาด้านสุขภาพก็จะออกอาการตามมาเป็นเงาตามตัว ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพที่เสียไปและทำให้คุณดูไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน หนักที่สุดคือาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม อาการเหล่านี้อาจพัฒนาจนกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อีกด้วย คุณอาจต้องลางาน หรือตกงานเป็นเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งในบทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคต่างๆในการแก้ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดวิธีมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เทคนิคลดพุงเพื่อแก้อาการปวดหลังอย่างถาวร

1.ลดพุงด้วยเทคนิคการแกว่งแขวนตามเทคนิคแพทย์แผนจีน

การแกว่งแขน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคตามการแพทย์แผนจีน เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกที่ มีขั้นตอนง่ายๆในการทำดังนี้
ยืนตัวตรง กางขาออก ปลายเท้าเสมอหัวไหล่ หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว แกว่งแขนไปด้านหน้า 60 องศา ด้านหลัง 30 องศา ไม่เหวี่ยงแรงจนเกินไป ระหว่างทำก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วย ทำซ้ำจนกว่าจะพอใจ ไม่นานก็เห็นผล

2.ลดพุงด้วยท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ

ท่าแพลงค์เป็นท่าที่ทำได้ง่าย แต่ได้ผลและเรียกเหงื่อมากที่สุด แรกๆเราขอแนะนำให้คุณทำท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ มีเสื่อโยคะสักผืนปูรองบนพื้นที่กว้างๆ เพียงเท่านี้คุณก็ลดพุงด้วยท่าแพลงค์ได้แล้ว
สวมชุดออกกำลังกายเพื่อเซฟกล้ามเนื้อ ใส่ปลอกกันกระแทกบริเวณข้อศอก สวมรองเท้ากีฬาเพื่อป้องกันการบาดเจ็บในส่วนนิ้วเท้า เพราะท่านี้ต้องออกแรงที่นิ้วเท้าเป็นพิเศษ
นอนคว่ำตัวลง ปรับลำตัวให้ขนานกับพื้น ปลายเท้าตั้งฉากลอยจากพื้นเสมอลำตัว ใช้ศอกวางขนานกับช่วงไหล่ นับค้างไว้ครั้งละ 20 วินาทีเป็นขั้นต่ำ ทำซ้ำวันละ 30 เซ็ต ไม่เกินสองเดือน หน้าท้องของคุณจะยุบลงเหลือแต่กล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงมากขึ้น

3.ลดพุงง่ายๆระหว่างเวลาทำงาน ด้วยท่า Vacuum

ท่า Vacuum คือหนึ่งในท่าออกกำลังกายลดพุงที่ทำได้ง่าย ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงคุณนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ก็สามารถทำได้แล้ว
วิธีทำท่า Vacuum ที่ถูกต้องคือ นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ ไม่พิงพนัก ลำแขนสองข้างทิ้งแนบลำตัว เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 15 วินาที หายใจเข้าลึกๆ ครบตามเวลาแล้วปล่อย ค่อยๆผ่อนลมหายใจช้าๆ ทำซ้ำจนกว่าคุณจะพอใจ วิธีนี้จะช่วยลดพุงอย่างได้ผล

4.ลดพุงด้วยการแขม่วหรือเกร็งหน้าท้อง

ระหว่างนั่งหรือยืนทำงาน การแขม่วหน้าท้อง หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณพุงเป็นพักๆก็ช่วยได้มาก การแขม่วพุงที่ถูกวิธีคือ หายใจเข้าออกตามปกติ เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 10-20 วินาที แล้วปล่อย ทำติดต่อกันวันละ 30 เซ็ตขึ้นไป ไม่เกินหนึ่งเดือน คุณจะรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรงขึ้น พุงจะค่อยๆยุบลง อาการปวดหลังก็จะหายไป หากทำอย่างสม่ำเสมอ

5.ลดพุงด้วยอุปกรณ์ง่ายๆที่มีในบ้าน

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายแพงๆ มาใช้แทนราวตากผ้าที่บ้านให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป เพียงคุณใช้เฟอร์นิเจอร์ที่บ้านแทนอุปกรณ์ออกกำลังกาย เช่นเคาน์เตอร์ครัวใช้ลดต้นแขน โซฟาใช้ช่วยทำท่าแพลงค์แบบง่ายๆ และช่วยในการซิทอัพ เป็นต้น
ปล.การทำงานบ้านสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็ช่วยได้นะ

6.ลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหาร

วิธีนี้ช่วยลดพุงได้ดีที่สุด เพราะการควบคุมแลอรี่อาหารทำให้คุณลดน้ำหนักได้รวดเร็วกว่าการออกกำลังกายเสียอีก สัดส่วนในการควบคุมน้ำหนักเพื่อลดพุงแก้ปวดหลังที่ดีนั้น ควรอยู่ที่ ควบคุมอาหาร 80% ออกกำลังกาย 20% งดอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารตามร้านสะดวกซื้อที่ต้องเข้าไมโครเวฟ เน้นทานผักผลไม้ งดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธี ต้ม นึ่ง ตุ๋น เข้านอนแต่หัวค่ำ งดทานมื้อดึก ช่วงแรกๆคุณอาจจะทรมานสักหน่อย แต่ไม่นานเมื่อร่างกายของคุณเริ่มปรับสภาพได้ คุณก็จะชินไปเอง

7.ลดพุงด้วยการปรับบุคลิกภาพในชีวิตประจำวัน

การปรับบุคลิกภาพนั้นมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดวิธีก็มีส่วนทำให้คุณเกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน
เริ่มจากการเดิน ก่อนอื่น คุณต้องยืนตัวตรง แขนสองข้างแนบตามลำตัว ไม่เกร็ง ไม่ฝืน ศรีษะตั้งตรง มองไปข้างหน้า ก้าวขาข้างใดก่อนก็ได้ ใช้แขนฝั่งตรงกันข้ามยื่นไปด้านหน้า ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราก้าวขาซ้ายไปด้านหน้า แขนข้างที่ยื่นไปด้านหน้าต้องเป็นแขนขวา เป็นต้น
การนั่ง เก้าอี้ที่ใช้นั่งต้องเป็นเก้าอี้ที่เหมาะสมกับสรีระ นั่งให้เต็มเบาะ หลังชนพนักพิงพอดี แขนวางข้างลำตัว ปลายมือยื่นตรงไปที่พื้น นั่นคือระยะที่เหมาะสมพอดีกับการจัดบุคลิกภาพอย่างง่ายๆ
หากคุณทำได้ทั้งหมด 7 ข้อนี้ รับรองได้ว่าไม่เกินสองเดือน อาการปวดหลังและปวดเมื่อยตามจุดต่างๆของร่างกายจะหายไปอย่างถาวร และบุคลิกภาพของคุณก็จะดีขึ้นมาด้วยตามลำดับ นอกจากนี้แล้วคุณยังได้รับผลพลอยได้เรื่องผิวพรรณที่ดีเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง เพราะร่างกายของคุณได้ขับของเสียออกมาทางเหงื่อ เลือดฝาดไหลเวียนและสูบฉีดได้ดี ผิวของคุณจะดูมีชีวิตชีวาเปล่งปลั่งมากขึ้นจนคุณรู้สึกได้