Categories
blog

วิธีลดพุงโดยควบคุมแคลอรี่ของอาหาร

เนื่องจากยุคนี้ เป็นยุคที่อะไรๆก็สะดวกสบายไปเสียทั้งหมด แค่ใช้เพียงปลายนิ้วเดียวสัมผัสหน้าจอคุณก็สามารถสั่งอาหารมาทานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นสาเหตุให้คนไทยในยุคปัจจุบันเสียสุขภาพ และเสียบุคลิกด้วยโรคอ้วนและลงพุงกันเสียมาก
พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพ โรคอ้วนเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยปีละไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องการควบคุมแคลอรี่อาหาร เราควรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือลงพุง

1.นอนดึกกว่าเวลาที่เหมาะสม
2.ทานอาหารผิดเวลา
3.ละเลยการออกกำลังกาย
4.ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่า
5.กินอาหารที่ปราศจากคุณค่าทางอาหาร
6.มีความเครียดสะสม
7.กินอาหารไม่ครบมื้อ หรือ อดอาหาร

แล้วเราจะควบคุมแคลอรี่อาหารได้อย่างไร ?

ในบทความนี้ เราจะไม่เน้นย้ำถึงการควบคุมแคลอรี่อาหารเป๊ะๆแบบชั่ง ตวง วัด ตามที่เทรนเนอร์หลายๆคนได้แนะนำไว้ เพราะวิธีควบคุมแคลอรี่ตามหลักการคำนวณเหล่านั้น ใช้ไม่ได้ผลจริงเสมอไป และที่สำคัญคือ เป็นวิธีที่มีขั้นตอนจุกจิก ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและสร้างฐานะ ดังนั้น เราจึงรวบรวมวิธีการควบคุมแคลอรี่อาหารและการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการลดน้ำหนักที่ได้ผลมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้

วิธีลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหารในยุค 4G

1.ห้ามอดอาหารโดยเด็ดขาด

การอดอาหารแบบหักดิบจนเกินไปนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด อันดับแรกเลย ร่างกายเราจะเข้าใจผิดว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะลำบาก และปรับสภาพร่างกายให้เผาผลาญพลังงานต่างๆให้น้อยลง เพื่อเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งพลังงานต่างๆที่ถูกสะสมนั้น ร่างกายเราจะนำไปเก็บไว้ที่พุงก่อนเลยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยต้นขา ต้นแขน และจุดอื่นๆตามลำดับ การสะสมไขมันตามจุดต่างๆของร่างกายนั้นเป็นไปได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน ผิดกับช่วงที่เราพยายามลดน้ำหนัก ร่างกายจะเลือกเผาผลาญจุดที่เก็บไขมันไว้เป็นอันดับท้ายๆก่อนและใช้เวลาที่ยาวนานกว่าตอนสะสมไว้เสียอีก ซึ่งก็แน่นอนว่า พุง คือจุดที่จะลดเป็นจุดสุดท้ายนั่นเองค่ะ

2.เลือกทานอาหารตรงกันข้ามกับที่เคยทานมา

แน่นอนว่าคุณอ้วนลงพุงเพราะเลือกทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เต็มไปด้วยไขมันเลว และสารพิษต่างๆ ทำให้ตัวบวม ลงพุง และมีรูปร่างที่ไม่พึงประสงค์ เสี่ยงต่อโรคร้ายที่จะตามมาภายหลังได้อีกด้วย วิธีแก้ง่ายๆก็คือ เปลี่ยนมาทานอาหารที่คุณไม่เคยทานในช่วงเวลานั้น งดอาหารขยะประเภทฟาสต์ฟู้ด หันมาทานอาหารที่ปรุงด้วยวิธีเลี่ยงไขมัน เช่น ต้ม นึ่ง ตุ๋น อาจจะหาทานยากกว่าสักหน่อยแต่คุณก็ต้องทาน ถ้าอยากมีร่างกายที่เพอร์เฟค
ทุกครั้งที่คุณหิว อยากทานขนมจุบจิบ คุณก็ไม่จำเป็นต้องอด แค่เปลี่ยนมาทานขนมที่เต็มไขมันดีและโปรตีน เช่น ถั่วอบ ผลไม้ฟรีซดราย งาขาวหรืองาดำที่ผลิตมาในรูปแบบบาร์แท่งเล็กๆ ขนมที่เต็มไปด้วยใยอาหารและพลังงานที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเหล่านี้ มักมีขายตามร้านโครงการหลวง ร้านภูฟ้า หรือซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป เป็นขนมที่มีประโยชน์และหาซื้อได้ง่าย ให้คุณค่าและทำให้อิ่มได้นานอีกด้วยค่ะ

3.งดนอนดึก

ไม่ว่าคุณจะเลิกงานดึกแค่ไหนก็ตาม หากคุณอยากให้พุงป่องๆเสียบุคลิกภาพนี้หายไป คุณต้องพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมให้ได้ โดยเริ่มจากการปรับเวลาเข้านอนให้เร็วขึ้นวันละครึ่งชั่วโมง จนกว่าร่างกายคุณจะปรับตัวได้ และเข้านอนก่อนเวลาห้าทุ่มได้ในที่สุด
เพราะการนอนดึก จะทำให้คุณตัวบวม เนื่องจากระบบการทำงานในร่างกายคุณผิดเพี้ยนไป อวัยวะต่างๆที่ควรได้พักผ่อนก็จะทำงานหนักมากขึ้น เช่นตับ ปอด และอื่นๆ เมื่ออวัยวะเหล่านั้นทำงานผิดเวลา ของเหลวในร่างกายก็จะไม่ได้รับการฟอกหรือไหลเวียนตามปกติ คุณจะหิวง่ายขึ้น และทานอะไรจุบจิบเพื่อดับความหิวนั้น ทันทีที่คุณทานผิดเวลา ระบบย่อยอาหารก็จะทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณอาจได้รับเชื้อไวรัสตับอีกเสบบีมาเป็นของแถม เนื่องจากตับทำงานหนักเกินไปนั่นเอง

4.ดื่มน้ำเปล่าจนเป็นนิสัย

น้ำสะอาดคือส่วนประกอบสำคัญในร่างกาย แต่คนยุคใหม่มักนิยมบริโภค ชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มมึนเมามากกว่า เพราะติดในรสชาติและความหวานสดชื่นที่แฝงไปด้วยอันตรายเหล่านั้น คุณทราบไหมว่าทุกครั้งที่คุณดื่มน้ำหวานหรือชา กาแฟ เข้าไป ร่างกายคุณจะดูดซึมเฉพาะของเหลว เหลือเพียงกากของเครื่องดื่มเหล่านั้นตกค้างไว้ตามจุดต่างๆในระบบทางเดินอาหาร ยิ่งถ้าคุณไม่ดื่มน้ำเปล่าเพิ่มเข้าไปเลย ก็ยิ่งยากที่ร่างกายเราจะขจัดสารพิษเหล่านั้นออกไปได้
ลองเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดื่มน้ำสะอาดอย่างเดียวสักหนึ่งเดือน คุณจะสังเกตได้ถึงรูปร่างและน้ำหนักที่ลดลง รวมไปถึงผิวพรรณที่เปล่งปลั่งอ่อนกว่าวัยที่คุณจะได้รับมาเป็นของแถมอีกด้วย

5.งดอาหารที่มีโซเดียมหนักๆเป็นส่วนประกอบ

ข้อนี้ไม่ได้บอกให้คุณงดโซเดียมอย่างเด็ดขาด แต่ให้งดโซเดียมที่ขาดคุณประโยชน์และอาจเป็นสารพิษในร่างกาย เช่นปลาเค็ม ปลาร้า ปลาจ่อม ไส้กรอก เบคอน แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลไม้หมักดองต่างๆ เป็นต้น เพราะอาหารแปรรูปเหล่านี้จะทำให้คุณเกิดอาการบวมน้ำ ลดน้ำหนักไม่ได้ ขนาดของรูปร่างไม่ลดลง และส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย

6.ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

การลดแคลอรี่ที่ได้ผล จะเน้นการควบคุมอาหารมากกว่าการออกกำลังกาย ในสัดส่วน คุมอาหาร80% ออกกำลังกาย 20% การออกกำลังกายที่ดีต้องไม่หักโหม ควรใช้ท่าออกกำลังกายที่ไม่หนักมาก หากคุณไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นเวลานานๆ ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือมาราธอน เพราะกล้ามเนื้อคุณอาจบวม ฉีก และอักเสบได้ ควรเริ่มจากท่าเบาๆ เช่นการเต้นแอโรบิกประกอบเพลง โยคะง่ายๆ กายบริหารท่าเบสิค เป็นต้น
หากคุณทำได้ทั้งหมดตามที่เราแนะนำ รับรองว่าไม่นาน คุณก็จะได้รูปร่างที่เพอร์เฟคในแบบของคุณกลับคืนมา พร้อมๆกับสุขภาพที่แข็งแรง และผิวพรรณที่สดใสในแบบที่คุณไม่เคยเป็นมาก่อน ขอเพียงคุณมีใจที่จะเริ่มต้น และมีวินัยในการควบคุมตนเอง เท่านี้คุณก็ใกล้เส้นชัยไปครึ่งหนึ่งแล้ว

By Sakchai Suwannakul

จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะแพทยศาสตร์ University of Texas Medical
หลักสูตรด้านศัลยกรรมความงามจาก Saint Louis University School of Medicine.
ประวัติการทำงาน: Saint Louis University Hospital
2553-2559 : แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมความงาม