สลายไขมันหน้าท้องด้วยบูลเบอรรี่

การมีรูปร่างที่ดีไม่มีไขมันส่วนเกินอยู่บนร่างกายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องการ เพราะรูปร่างที่ดีจะนำมาซึ่งความมั่นใจและโอกาสในชีวิต โดยเฉพาะไขมันที่อยู่หน้าท้องเป็นไขมันที่เกิดขึ้นได้ง่ายและขจัดออกไปได้ไม่ง่าย แต่ก็สามารถขจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่เน้นผักและผลไม้มากกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้เป็นอย่างดีมีอยู่หลายชนิด หนึ่งในผลไม้ที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องอย่างได้ผล คือ บลูเบอร์รี่

บูลเบอรรี่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้อย่างไร

ผลบลูเบอร์รี่ (Blueberry) มีลักษณะเป็นลูกกลมขนาดเล็กมีสีน้ำเงินหรือสีน้ำเงินอมม่วง มีรสเปรี้ยวอมหวาน ในผลบลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมลูอิสระ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา เพิ่มการมองเห็นลดความเสี่ยงในการเกิดต้อได้ นอกจากที่บลูเบอร์รี่จะสามารถช่วยบำรุงสายตาแล้วยังสามรถช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้ เนื่องจาก

1.พลังงานต่ำ

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่รับประทานได้ทั้งสดและแปรรูปเป็นอาหาร เพราะบลูเบอร์รี่ 100 กรัมให้พลังงานต่ำเพียง 57 แคลอรี ดังนั้นการรับประทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำก็จะสามารถช่วยลดปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวันให้ลดลง เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยลงจากการปริโภคอาหารในปริมาณเท่าเดิม ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกายจึงไม่มีการสะสมของไขมันส่วนเกินบนร่างกาย และต้องทำการดึงไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องมาใช้เป็นพลังงานอีกด้วย

2.เส้นใย (Fiber)

บลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง โดยบลูเบอร์รี่ 100 กรัมมีปริมาณเส้นใยสูงถึง 2.4 กรัม ดังนั้นเมื่อรับประทานบลูเบอร์รี่เข้าไป เส้นใยที่มีอยู่จะเข้าไปเพิ่มพื้นที่ของอาหารในกระเพาะอาหารให้เต็มไม่มีที่ว่าง ร่างกายจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแม้รับประทานอาหารน้อยลง และเส้นใยนี้ไม่สามารถย่อยได้ด้วยเอนไซม์ที่อยู่ในกระเพาะและลำไส้จึงทำให้ร่างกายอิ่มนานขึ้น ไม่มีความอยากอาหารระหว่างมื้อหลัก นอกจากนั้นเส้นใยยังสามารถทำการดูดซึมน้ำและน้ำตาลที่อยู่ในอาหารทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดลดลง

3.สารโพลีฟีนอล (Polyphenols)

บลูเบอร์รี่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถยับยั้งการทำงานของแคทิคอล-โอ-เมทิลทรานสเฟอเรส (catechol-O-methyl transferase) ที่มีหน้าที่ในการควบคุมการเผาพลาญของร่างกายด้วยการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ ดังนั้นเมื่อการทำงานของแคทิคอล-โอ-เมทิลทรานสเฟอเรสลดลง จะส่งผลให้ระบบการทำงานสร้างความร้อนให้กับร่างกายทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ระบบการเผาพลาญไขมันที่บริเวณหน้าท้องเกิดมากขึ้น จึงช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้

4.ลดการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)

เมื่อเส้นใยทำการดูดซึมน้ำตาลที่อยู่ในอาหารทำให้ร่างกายมีการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดลดลง ร่างกายจึงมีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในกระแสเลือดให้กลายเป็นไขมันที่สะสมที่หน้าท้อง ดังนั้นเมื่อร่างกายมีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินน้อยลง และเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในกระแสเลือดน้อยลง ร่างกายจำเป็นต้องดึงไขมันหน้าท้องมาเปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ระบบบการเผาพลาญไขมันเกิดมากขึ้น

5.แมงกานีส (Manganese)

บลูเบอร์รี่มีองค์ประกอบของสารแมงกานิสในปริมาณที่สูง แมงกานีสเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอกซิน ( thyroxine) ที่มีคุณสมบัติควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญ ดังนั้นเมื่อร่างกายได้รับสารแมงกานีสจากบลูเบอร์รี่จะทำให้มีการสังเคราะห์ฮอร์โมนไทรอกซินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบการเผาพลาญไขมันหน้าท้องเกิดขึ้นอย่างได้ผล จึงสามารถลดปริมาณไขมันหน้าท้องให้ลดลง
จะเห็นว่าบลูเบอร์รี่ที่เป็นผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีน้ำเงินอมม่วง รสเปรี้ยวอมหวานที่นอกจากรสชาติที่แสนอร่อยเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนแล้ว แต่คุณประโยชน์ของบลูเบอร์รี่ทั้งการช่วยสลายไขมันหน้าท้องและเสริมสร้างภูมิต้านทานทำให้ร่างกายแข็งแรงนั้นไม่น้อยตามขนาดของผลเลย บลูเบอร์รี่จึงนับเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าอีกชนิดหนึ่งที่น่ารับประทาน การรับประทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำจึงช่วยสร้างรูปร่างที่ดีปราศจากไขมันหน้าท้องได้ วันนี้คุณรับประทานบลูเบอร์รี่แล้วหรือยัง