ออกกำลังกายหน้าท้องไม่ลด

การออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างสมส่วนทำได้หลายวิธี และการดูแลรูปร่างที่ดีต้องไม่ปล่อยให้มีไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กล้ามเนื้อต้องกระชัย หน้าท้องต้องมีซิกแพก หรือ Abs (Abdominal Muscles) แต่หลายคนออกกำลังกายแล้วหน้าท้องก็ยังไม่ลด เป็นเพราะสาเหตุใด บทความนี้มีคำตอบ

การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก

สำหรับคนที่มีน้ำหนักส่วนเกินหรือเป็นโรคอ้วน การออกกำลังกายเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักหรือทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเห็นผล แต่ทั้งนี้ต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากลดน้ำหนักได้แล้วยังควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เราต้องการโดยไม่กลับมาอ้วนอีก ประเด็นการออกกำลังกายยังไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลดหรือควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีผลงานการวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ มีส่วนช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น

ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการทำให้ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายหมดไป ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและมีรูปร่างที่สมส่วน ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะบางคนรูปร่างไม่อ้วน แต่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เมื่อออกกำลังกายไขมันบริเวณหน้าท้องก็ยังไม่ลดลง นั้นเป็นเพราะการลดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก วิธีการออกกำลังกายจึงต้องแตกต่างกัน

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก หมายถึง การทำให้น้ำหนักโดยรวมของร่างกายทั้งหมดลดลง ด้วยการอ้างอิงจากตัวเลขที่ปรากฎบนตาชั่งน้ำหนักเป็นเกณฑ์ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้วการลดน้ำหนักอาจจะต้องมีวิธีการอื่นทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เช่น เน้นทานอาหารประเภทผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์มากๆ ควบคุมปริมาณแคลอรี่ทำให้ร่างกายได้รับต่อวันน้อยลง เพื่อช่วยให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน คืออะไร

การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน หมายถึง การออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายให้หมดไปแล้วสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่ การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันไม่ได้ให้ความสำคัญหรือหรือเอาตัวเลขของน้ำหนักตัวบนตาชั่งมาเป็นเกณฑ์ การขจัดไขมันเฉพาะส่วนไม่ได้ทำให้นำหนักเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแค่ตัวช่วยเสริมเพื่อให้เราทราบถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การลดไขมันให้ความสำคัญกับหุ่นและรูปร่างที่กระชับแข็งแรงและได้สัดส่วน การออกกำลังกายของกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายหนัก และต้องการโปรตีนในปริมาณที่มากเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยทั่วไปการออกกำลังกายที่เหมาะสมมี 3 วิธีใหญ่ ได้แก่
1. การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (aerobic exercise)
การออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจนในระบบเผาผลาญ เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของ
ปอดและหัวใจ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต และลดความเครียดได้ ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้จะไม่เน้นความแรงหรือความหนัก แต่จะเน้นเรื่องระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายเป็นสำคัญ รูปแบบการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน
สำหรับระยะเวลาในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน หากต้องการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรภาพของปอดและหัวใจ ควรใช้เวลาออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อครั้ง ส่วนการออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วน ควรใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
2.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training)
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อโดยการเพิ่มแรงต้านเฉพาะส่วน เช่น การยกน้ำหนัก การใช้ยางยืด การยกดัมเบล ซึ่งแต่ละท่าจะใช้วิธีทำซ้ำๆหลายๆครั้ง จุดประสงค์เพื่อเพิ่มความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อ เพิ่มความสามารถในการทำงาน เพิ่มความสามารถในการเผาผลาญพลังงาน ลดไขมันเฉพาะส่วน เช่น ไขมันบริเวณพุงและหน้าท้อง
3.การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility)
การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้แม้จะไม่ได้ลดไขมันโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เพิ่มความสามารถในการทรงตัวช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และช่วยลดปัญหาการยึดติดของข้อต่อ ซึ่งรวมถึงช่วยลดอาการปวดที่จะเกิดขึ้นในขณะเคลื่อนไหว

สาเหตุหลักๆ ที่ออกกำลังกายแล้วหน้าท้องไม่ลด

1.ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี ปกติการออกกำลังกายทำได้หลายรูปแบบแต่การขจัดไขมันหน้าท้อง ควรเลือกวิธีออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength Training) ซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงาน หรือลดไขมันเฉพาะส่วนได้
2.ขาดความสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเพื่อขจัดไขมันหน้าท้องนอกจากจะต้องใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกาย เช่น ออกกำลังกายครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที และต้องมีความสม่ำเสมอ หรือออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดห์ละ 3 ครั้ง
3.ใจร้อน ส่วนมากคนที่ออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการลดความอ้วนหรือลดไขมันหน้าท้อง ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว ทำให้ออกกำลังกายอย่างหักโหมโดยหวังจะให้หน้าทองยุบหรือแบนราบอย่างรวดเร็ว เมื่อทำแล้วไม่เห็นผลก็จะเกิดความเบื่อหน่ายแล้วล้มเลิกไปในที่สุด
4.พฤติกรรมการบริโภค ไม่คุมอาหารหรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤกรรมการบริโภคควบคู่ไปกับการบริหาร เช่น หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดๆ ลดของมัน
5.ขาดความรู้ที่ถูกต้อง การออกกำลังกายเพื่อลดพุงหรือทำให้หน้าท้องแบนราบ เป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้เข้ามาแทนที่ไขมัน นอกจากการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี มีความสม่ำเสมอแล้ว ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อ รู้จักอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกาย รู้หลักโภชนาการอย่างถูกต้อง
การออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ หรือออกกำลังกายโดยมีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักส่วนเกิน สร้างกล้ามเนื้อและขจัดไขมันลดพุงลดหน้าท้อง ให้ประสบความสำเร็จและเห็นผลอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆด้าน แต่สิ่งสำคัญก็คือ ความมีระเบียบวินัยในตัวเอง เพราะการมีสุขภาพดี มีรูปร่างที่สมส่วนต้องเริ่มจากตัวเราเอง