แกว่งแขนลดพุงอย่างไรจึงลดได้เร็ว

มีช่วงหนึ่งที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส.ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งก็คือการแกว่งแขนลดพุงนั่นเองค่ะ การแกว่งแขนธรรมดาๆนี้มีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆคนคิด สามารถทำได้ง่ายในทุกสถานที่ และเห็นผลเร็วกว่าท่ากายบริหารแบบอื่นๆ การแกว่งแขนดีอย่างไร การแกว่งแขวนเพื่อบริหารร่างกายนี้ เป็นหนึ่งในเทคนิคกายภาพบำบัดของการแพทย์แผนจีนที่สืบทอดต่อกันมายาวนานถึงหลายพันปี เพราะเป็นท่ากายบริหารที่ง่าย ทำได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส และให้ผลลัพท์ที่ดีภายในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์กายบริหารใดๆให้ยุ่งยาก นอกเหนือไปจากช่วยลดพุงได้แล้ว ยังช่วยลดอาการปวดเมื่อย ไม่สบายตัว อีกทั้งยังลดอาการเหน็บชาตามจุดต่างๆของร่างกายได้อย่างชะงัดนัก ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะทำงานล่วงเวลาหรือนั่งติดกับที่เดิมเป็นเวลานานๆ เช้านั่งรถไปทำงานราวๆหนึ่งชั่วโมง เข้าออฟฟิศแล้วก็ยังนั่งทำงานต่ออีกราวๆ 8-11 ชั่วโมง อีกทั้งพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ตรงเวลา ส่งผลให้เป็นโรคออฟฟิศซินโดรมและมีรูปร่างไม่พึงประสงค์ตามมา การแกว่งแขนจึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด หากทุกสำนักงานจัดช่วงเวลาให้พนักงานลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการยืนแกว่งแขนในช่วงบ่ายๆ สักวันละยี่สิบนาทีเป็นขั้นต่ำ ก็จะช่วยลดปัญหาด้านบุคลิกภาพและสุขภาพของพนักงานได้มาก อัตราการลาป่วยก็จะลดลงตามไปด้วย ประโยชน์ของการแกว่งแขนในด้านการแพทย์ ตรงจุดใต้วงแขนหรือที่เราเรียกกันว่ารักแร้นั้น เป็นศูนย์รวมของต่อมน้ำเหลือง ซึ่งต่อมน้ำเหลืองที่ว่านี้มีอิทธิพลเป้นอย่างมากต่อการทำงานของต่อมไธมัส ตับ ม้าม ต่อมทอนซิล และอีกหลายๆจุดที่สำคัญในร่างกายเรา ทั้งหมดนี้คืออวัยวะและระบบการทำงานต่างๆที่ฃ่วยทำหน้าที่ชำระล้าง สร้างและเพิ่มความแข็งแรงให้กับเม็ดเลือดขาว ขจัดสารพิษในร่างกาย คัดกรองสารปนเปื้อน สิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคต่างๆ ไม่สามารถปั๊มเองได้เหมือนหลอดเลือด ซึ่งถ้าหากต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนไปทำงานตามระบบต่างๆได้ไม่สะดวก อาการเจ็บป่วยของร่างกายเราก็จะเพิ่มมากขึ้น หายช้าลง หนักเข้าก็จะเกิดอาการบวมตามจุดต่างๆ มีเพียงการออกกำลังกายเท่านั้นที่จะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองของคุณทำงานได้ดีขึ้น แกว่งแขนลดพุงทำอย่างไร ? 1. ยืนตัวตรง แยกปลายเท้าออกให้เสมอหัวไหล่พอดี ไม่งอเข่า…

ท่าลดพุงด้วยเก้าอี้ ง่าย และสนุก เห็นผลเร็ว

ทันทีที่เราอ้วนและเริ่มมีรูปร่างผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากการกิน การนอน หรือใช้ชีวิตผิดตารางเวลาก็ตาม ปัญหาคือเมื่ออ้วนแล้วมักจะลดลงได้ยาก โดยเฉพาะพุง ที่มักจะลดลงเป็นจุดสุดท้าย การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขรูปร่างได้เช่นกัน แต่หลายๆท่านมักจะมองข้ามอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วภายในบ้าน หันไปพึ่งอุปกรณ์ตามฟิตเนส หรือลงทุนซื้อมาไว้ในบ้านเลยก็มี นานๆไป อุปกรณ์เหล่านั้นก็ถูกทิ้งร้างกลายเป็นราวแขวนผ้าไร้ประโยชน์ไปเลยก็มี เก้าอี้ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านหรือในสำนักงาน ที่สามารถใช้แทนเครื่องออกกำลังกายลดพุงได้ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องออกกำลังกายให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป แถมยังช่วยให้ส่วนอื่นๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน สะโพก และหน้าอกกระชับขึ้นได้อีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบรวมท่าออกกำลังกายลดพุงด้วยเก้าอี้มาฝากกัน ทุกท่าที่เรารวบรวมมาสามารถทำตามได้ง่ายและประหยัดเวลาอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งเราจะมีท่าอะไรมานำเสนอบ้างนั้น ลองมาดูกันค่ะ รวมสารพัดท่าลดพุงด้วยเก้าอี้ 1.ท่าแรก จะมีอุปกรณ์เสริมเป็นขวดน้ำขนาด 1-1.5ลิตร ที่บรรจุน้ำไว้จนเต็ม หรือถ้าใครมีดัมพ์เบลก็ใช้ดัมพ์เบลเลยก็ได้ค่ะ -นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ แยกปลายเท้าเล็กน้อย กะระยะให้พอดีกับหัวไหล่ -ถือขวดน้ำหรือดัมพ์เบลทั้งสองข้าง เกร็งกล้ามเนื้อช่วงหน้าท้อง หายใจตามจังหวะปกติ -ยกดัมพ์เบลหรือขวดน้ำขึ้นเหนือศรีษะ เกร็งหน้าท้องไว้ นับ 1-20 ค่อยๆลดอุปกรณ์ลง ทิ้งแขนแนบลำตัว ทำซ้ำอีก 15 นาที นับเป็น 1เซ็ต 2.ท่าที่สอง -ยืนตัวตรงด้านหน้าเก้าอี้ แขนทั้งสองข้างเสมอลำตัว ปลายเท้าแยกออกกว้างเสมอหัวไหล่ -หันฝ่ามือทั้งสองข้างไปทางด้านหลัง ค่อยๆย่อตัวลง จนฝ่ามือแตะเบาะเก้าอี้…

ท่าแพลงก์ลดพุง เห็นผลภายใน 1 เดือน

ใครอยากพุงยุบ หุ่นสวย ต้องบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอด้วยท่าแพลงก์ ท่านี้จะช่วยลดพุงหรือหน้าท้องได้เร็วและง่ายมาก มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บระหว่างบริหารร่างกายน้อยกว่าท่าอื่นๆ แถมยังทำได้ทุกที่ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆมาประกอบการบริหารร่างกายให้ยุ่งยาก ซึ่งเราได้รวบรวมท่าแพลงก์แบบต่างๆ พร้อมรายละเอียดวิธีทำแบบเข้าใจง่ายมาแบ่งปัน ขอแค่คุณมีวินัย ทำทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง ไม่เกิน 1 เดือนท้าให้คุณวัดรอบเอวได้เลย พุงยุบทันตาเห็นอย่างแน่นอน ก่อนจะออกกายบริหารด้วยท่าแพลงก์ทุกครั้ง ควรเตรียมเสื่อโยคะ หรือพรมปูพื้น สวมชุดออกกำลังกายและใส่รองเท้ากีฬาให้เรียบร้อย ห้ามแพลงก์ทั้งๆที่ไม่สวมรองเท้าโดยเด็ดขาด รวมท่าแพลงก์ลดพุง 12 ท่า 1 ท่าแพลงก์พื้นฐาน ( Basic Plank ) ท่าแพลงก์นี้ทำไม่ยาก เพียงคุณนอนคว่ำลงกับพื้นราบ ใช้ปลายเท้าจิกพื้นไว้ ตั้งแนวลำตัวให้ตรงเสมอกัน ไม่ก้มหน้า ก้นไม่โด่ง วางข้อศอกราบไปกับพื้น เกร็งหน้าท้องและก้นในขณะทำ หายใจจังหวะปกติและสม่ำเสมอ นับ 1-20 แล้วคลายตัว ทำซ้ำใหม่จนครบ 30 เซ็ต 2 ท่าแพลงก์แบบใช้กำลังแขน ( Straight-Arm Plank ) ท่านี้จะคล้ายกับท่าวิดพื้น วางเท้าในตำแหน่งเดียวกับท่าแรก เอาแขนยันพื้นเหยียดตรง ไม่พับข้อศอก…

วิธีลดพุงโดยควบคุมแคลอรี่ของอาหาร

เนื่องจากยุคนี้ เป็นยุคที่อะไรๆก็สะดวกสบายไปเสียทั้งหมด แค่ใช้เพียงปลายนิ้วเดียวสัมผัสหน้าจอคุณก็สามารถสั่งอาหารมาทานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นสาเหตุให้คนไทยในยุคปัจจุบันเสียสุขภาพ และเสียบุคลิกด้วยโรคอ้วนและลงพุงกันเสียมาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพ โรคอ้วนเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยปีละไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องการควบคุมแคลอรี่อาหาร เราควรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือลงพุง 1.นอนดึกกว่าเวลาที่เหมาะสม 2.ทานอาหารผิดเวลา 3.ละเลยการออกกำลังกาย 4.ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่า 5.กินอาหารที่ปราศจากคุณค่าทางอาหาร 6.มีความเครียดสะสม 7.กินอาหารไม่ครบมื้อ หรือ อดอาหาร แล้วเราจะควบคุมแคลอรี่อาหารได้อย่างไร ? ในบทความนี้ เราจะไม่เน้นย้ำถึงการควบคุมแคลอรี่อาหารเป๊ะๆแบบชั่ง ตวง วัด ตามที่เทรนเนอร์หลายๆคนได้แนะนำไว้ เพราะวิธีควบคุมแคลอรี่ตามหลักการคำนวณเหล่านั้น ใช้ไม่ได้ผลจริงเสมอไป และที่สำคัญคือ เป็นวิธีที่มีขั้นตอนจุกจิก ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและสร้างฐานะ ดังนั้น เราจึงรวบรวมวิธีการควบคุมแคลอรี่อาหารและการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการลดน้ำหนักที่ได้ผลมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ วิธีลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหารในยุค 4G 1.ห้ามอดอาหารโดยเด็ดขาด การอดอาหารแบบหักดิบจนเกินไปนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด อันดับแรกเลย ร่างกายเราจะเข้าใจผิดว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะลำบาก และปรับสภาพร่างกายให้เผาผลาญพลังงานต่างๆให้น้อยลง เพื่อเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งพลังงานต่างๆที่ถูกสะสมนั้น ร่างกายเราจะนำไปเก็บไว้ที่พุงก่อนเลยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยต้นขา ต้นแขน และจุดอื่นๆตามลำดับ การสะสมไขมันตามจุดต่างๆของร่างกายนั้นเป็นไปได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน…

ต้องลดพุงเทคนิคแก้ปวดหลังแบบง่ายๆ

ปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตารางการใช้ชีวิตประจำวันเริ่มคลาดเคลื่อน ส่งผลให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงานมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ทั้งโรคอ้วน ไวรัสตับอักเสบบี ความดันโลหิตสูง และโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ เป็นต้น สาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆในร่างกายคือ… 1.การนั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ 2.แบกสัมภาระระหว่างเดินทางหนักเกินไป 3.ยืนหรือนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ 4.เริ่มมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตผิดตารางเวลา 5.ติดโทรศัพท์มือถือ ก้มมากเกินไป ทำให้ปวดเมื่อย และทันทีที่คุณมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตแบบคนคนรุ่นใหม่ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ปัญหาด้านสุขภาพก็จะออกอาการตามมาเป็นเงาตามตัว ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพที่เสียไปและทำให้คุณดูไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน หนักที่สุดคือาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม อาการเหล่านี้อาจพัฒนาจนกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อีกด้วย คุณอาจต้องลางาน หรือตกงานเป็นเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งในบทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคต่างๆในการแก้ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดวิธีมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ เทคนิคลดพุงเพื่อแก้อาการปวดหลังอย่างถาวร 1.ลดพุงด้วยเทคนิคการแกว่งแขวนตามเทคนิคแพทย์แผนจีน การแกว่งแขน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคตามการแพทย์แผนจีน เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกที่ มีขั้นตอนง่ายๆในการทำดังนี้ ยืนตัวตรง กางขาออก ปลายเท้าเสมอหัวไหล่ หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว แกว่งแขนไปด้านหน้า 60 องศา ด้านหลัง 30 องศา ไม่เหวี่ยงแรงจนเกินไป ระหว่างทำก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วย ทำซ้ำจนกว่าจะพอใจ ไม่นานก็เห็นผล 2.ลดพุงด้วยท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ ท่าแพลงค์เป็นท่าที่ทำได้ง่าย แต่ได้ผลและเรียกเหงื่อมากที่สุด…