สลายไขมันหน้าท้องด้วยบูลเบอรรี่

การมีรูปร่างที่ดีไม่มีไขมันส่วนเกินอยู่บนร่างกายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องการ เพราะรูปร่างที่ดีจะนำมาซึ่งความมั่นใจและโอกาสในชีวิต โดยเฉพาะไขมันที่อยู่หน้าท้องเป็นไขมันที่เกิดขึ้นได้ง่ายและขจัดออกไปได้ไม่ง่าย แต่ก็สามารถขจัดไขมันหน้าท้องออกไปได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่เน้นผักและผลไม้มากกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน ผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้เป็นอย่างดีมีอยู่หลายชนิด หนึ่งในผลไม้ที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องอย่างได้ผล คือ บลูเบอร์รี่ บูลเบอรรี่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้อย่างไร ผลบลูเบอร์รี่ (Blueberry) มีลักษณะเป็นลูกกลมขนาดเล็กมีสีน้ำเงินหรือสีน้ำเงินอมม่วง มีรสเปรี้ยวอมหวาน ในผลบลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมลูอิสระ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา เพิ่มการมองเห็นลดความเสี่ยงในการเกิดต้อได้ นอกจากที่บลูเบอร์รี่จะสามารถช่วยบำรุงสายตาแล้วยังสามรถช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้ เนื่องจาก 1.พลังงานต่ำ บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่รับประทานได้ทั้งสดและแปรรูปเป็นอาหาร เพราะบลูเบอร์รี่ 100 กรัมให้พลังงานต่ำเพียง 57 แคลอรี ดังนั้นการรับประทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำก็จะสามารถช่วยลดปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวันให้ลดลง เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยลงจากการปริโภคอาหารในปริมาณเท่าเดิม ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกายจึงไม่มีการสะสมของไขมันส่วนเกินบนร่างกาย และต้องทำการดึงไขมันที่สะสมอยู่ที่หน้าท้องมาใช้เป็นพลังงานอีกด้วย 2.เส้นใย (Fiber) บลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง โดยบลูเบอร์รี่ 100 กรัมมีปริมาณเส้นใยสูงถึง 2.4 กรัม ดังนั้นเมื่อรับประทานบลูเบอร์รี่เข้าไป เส้นใยที่มีอยู่จะเข้าไปเพิ่มพื้นที่ของอาหารในกระเพาะอาหารให้เต็มไม่มีที่ว่าง ร่างกายจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแม้รับประทานอาหารน้อยลง และเส้นใยนี้ไม่สามารถย่อยได้ด้วยเอนไซม์ที่อยู่ในกระเพาะและลำไส้จึงทำให้ร่างกายอิ่มนานขึ้น ไม่มีความอยากอาหารระหว่างมื้อหลัก นอกจากนั้นเส้นใยยังสามารถทำการดูดซึมน้ำและน้ำตาลที่อยู่ในอาหารทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดลดลง 3.สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) บลูเบอร์รี่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถยับยั้งการทำงานของแคทิคอล-โอ-เมทิลทรานสเฟอเรส (catechol-O-methyl transferase)…

แกว่งแขนลดพุงอย่างไรจึงลดได้เร็ว

มีช่วงหนึ่งที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส.ได้ออกมารณรงค์ให้ประชาชนหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งก็คือการแกว่งแขนลดพุงนั่นเองค่ะ การแกว่งแขนธรรมดาๆนี้มีประโยชน์มากกว่าที่หลายๆคนคิด สามารถทำได้ง่ายในทุกสถานที่ และเห็นผลเร็วกว่าท่ากายบริหารแบบอื่นๆ การแกว่งแขนดีอย่างไร การแกว่งแขวนเพื่อบริหารร่างกายนี้ เป็นหนึ่งในเทคนิคกายภาพบำบัดของการแพทย์แผนจีนที่สืบทอดต่อกันมายาวนานถึงหลายพันปี เพราะเป็นท่ากายบริหารที่ง่าย ทำได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา ทุกโอกาส และให้ผลลัพท์ที่ดีภายในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์กายบริหารใดๆให้ยุ่งยาก นอกเหนือไปจากช่วยลดพุงได้แล้ว ยังช่วยลดอาการปวดเมื่อย ไม่สบายตัว อีกทั้งยังลดอาการเหน็บชาตามจุดต่างๆของร่างกายได้อย่างชะงัดนัก ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะทำงานล่วงเวลาหรือนั่งติดกับที่เดิมเป็นเวลานานๆ เช้านั่งรถไปทำงานราวๆหนึ่งชั่วโมง เข้าออฟฟิศแล้วก็ยังนั่งทำงานต่ออีกราวๆ 8-11 ชั่วโมง อีกทั้งพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ตรงเวลา ส่งผลให้เป็นโรคออฟฟิศซินโดรมและมีรูปร่างไม่พึงประสงค์ตามมา การแกว่งแขนจึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด หากทุกสำนักงานจัดช่วงเวลาให้พนักงานลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการยืนแกว่งแขนในช่วงบ่ายๆ สักวันละยี่สิบนาทีเป็นขั้นต่ำ ก็จะช่วยลดปัญหาด้านบุคลิกภาพและสุขภาพของพนักงานได้มาก อัตราการลาป่วยก็จะลดลงตามไปด้วย ประโยชน์ของการแกว่งแขนในด้านการแพทย์ ตรงจุดใต้วงแขนหรือที่เราเรียกกันว่ารักแร้นั้น เป็นศูนย์รวมของต่อมน้ำเหลือง ซึ่งต่อมน้ำเหลืองที่ว่านี้มีอิทธิพลเป้นอย่างมากต่อการทำงานของต่อมไธมัส ตับ ม้าม ต่อมทอนซิล และอีกหลายๆจุดที่สำคัญในร่างกายเรา ทั้งหมดนี้คืออวัยวะและระบบการทำงานต่างๆที่ฃ่วยทำหน้าที่ชำระล้าง สร้างและเพิ่มความแข็งแรงให้กับเม็ดเลือดขาว ขจัดสารพิษในร่างกาย คัดกรองสารปนเปื้อน สิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคต่างๆ ไม่สามารถปั๊มเองได้เหมือนหลอดเลือด ซึ่งถ้าหากต่อมน้ำเหลืองไหลเวียนไปทำงานตามระบบต่างๆได้ไม่สะดวก อาการเจ็บป่วยของร่างกายเราก็จะเพิ่มมากขึ้น หายช้าลง หนักเข้าก็จะเกิดอาการบวมตามจุดต่างๆ มีเพียงการออกกำลังกายเท่านั้นที่จะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองของคุณทำงานได้ดีขึ้น แกว่งแขนลดพุงทำอย่างไร ? 1. ยืนตัวตรง แยกปลายเท้าออกให้เสมอหัวไหล่พอดี ไม่งอเข่า…

ท่าลดพุงด้วยเก้าอี้ ง่าย และสนุก เห็นผลเร็ว

ทันทีที่เราอ้วนและเริ่มมีรูปร่างผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากการกิน การนอน หรือใช้ชีวิตผิดตารางเวลาก็ตาม ปัญหาคือเมื่ออ้วนแล้วมักจะลดลงได้ยาก โดยเฉพาะพุง ที่มักจะลดลงเป็นจุดสุดท้าย การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขรูปร่างได้เช่นกัน แต่หลายๆท่านมักจะมองข้ามอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วภายในบ้าน หันไปพึ่งอุปกรณ์ตามฟิตเนส หรือลงทุนซื้อมาไว้ในบ้านเลยก็มี นานๆไป อุปกรณ์เหล่านั้นก็ถูกทิ้งร้างกลายเป็นราวแขวนผ้าไร้ประโยชน์ไปเลยก็มี เก้าอี้ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านหรือในสำนักงาน ที่สามารถใช้แทนเครื่องออกกำลังกายลดพุงได้ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องออกกำลังกายให้สิ้นเปลืองอีกต่อไป แถมยังช่วยให้ส่วนอื่นๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน สะโพก และหน้าอกกระชับขึ้นได้อีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบรวมท่าออกกำลังกายลดพุงด้วยเก้าอี้มาฝากกัน ทุกท่าที่เรารวบรวมมาสามารถทำตามได้ง่ายและประหยัดเวลาอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่งเราจะมีท่าอะไรมานำเสนอบ้างนั้น ลองมาดูกันค่ะ รวมสารพัดท่าลดพุงด้วยเก้าอี้ 1.ท่าแรก จะมีอุปกรณ์เสริมเป็นขวดน้ำขนาด 1-1.5ลิตร ที่บรรจุน้ำไว้จนเต็ม หรือถ้าใครมีดัมพ์เบลก็ใช้ดัมพ์เบลเลยก็ได้ค่ะ -นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ แยกปลายเท้าเล็กน้อย กะระยะให้พอดีกับหัวไหล่ -ถือขวดน้ำหรือดัมพ์เบลทั้งสองข้าง เกร็งกล้ามเนื้อช่วงหน้าท้อง หายใจตามจังหวะปกติ -ยกดัมพ์เบลหรือขวดน้ำขึ้นเหนือศรีษะ เกร็งหน้าท้องไว้ นับ 1-20 ค่อยๆลดอุปกรณ์ลง ทิ้งแขนแนบลำตัว ทำซ้ำอีก 15 นาที นับเป็น 1เซ็ต 2.ท่าที่สอง -ยืนตัวตรงด้านหน้าเก้าอี้ แขนทั้งสองข้างเสมอลำตัว ปลายเท้าแยกออกกว้างเสมอหัวไหล่ -หันฝ่ามือทั้งสองข้างไปทางด้านหลัง ค่อยๆย่อตัวลง จนฝ่ามือแตะเบาะเก้าอี้…

ไฟเบอร์สลายไขมันหน้าท้องได้อย่างไร

เส้นใย (Fiber) คือ เส้นใยเซลลูโลส (Cellulose) ตามธรรมชาติที่ประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำตาลที่มาเรียงต่อกันอย่างสลับซับซ้อน ไฟเบอร์จะได้จากพืชซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายและทำการดูดซึมไฟเบอร์ได้ ดังนั้นเมื่อรับประทานไฟเบอร์เข้าไปในร่างกายไฟเบอร์จะคงรูปอยู่เช่นเดียวจนกระทั่งร่างกายขับออกมาในรูปของเสีย ไฟเบอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ 1.ไฟเบอร์ชนิดที่สามารถละลายในน้ำได้ (Soluble dietary fiber) ไฟเบอร์ชนิดนี้ไม่ละลายน้ำแต่สามารถที่จะดูดซึมน้ำและน้ำตาลได้ ทำให้ไฟเบอร์พองตัวมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ไม่มีความหนืดเกิดขึ้นกับไฟเบอร์ที่ดูดซึมน้ำเข้าไป 2.ไฟเบอร์ชนิดที่ไม่สามารถละลายในน้ำได้ (Insoluble fiber) ไฟเบอร์สามารถดูดซึมน้ำเข้าไปภายในและกลายมาอยู่ในรูปลักษณะคล้ายกับเจลที่มีความหนืดอยู่ในตัวเล็กน้อย แล้วไฟเบอร์สามารถช่วยสลายไขมันหน้าท้องได้อย่างไร 1.ลดการดูดซึมสารอาหาร ไฟเบอร์ที่เข้าสู่ร่างกายจะไม่สามารถถูกย่อยสลายและถูกดูดซึมได้ แต่ไฟเบอร์สามารถขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร เช่น ไขมัน น้ำตาล แป้ง คาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกายได้ เนื่องจากไฟเบอร์เมื่อเข้าสู่กระเพาะอาหารจะทำการดูดซึมน้ำและน้ำตาลที่อยู่กระเพาะอาหารเอาไว้บางส่วนเท่านั้น ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแป้งและน้ำตาลได้น้อยลง ซึ่งปริมาณที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปจะเพียงพอและพอดีกับความต้องการใช้งานของร่างกาย นอกจากนั้นไฟเบอร์ยังช่วยกระตุ้นการเคลื่อนที่ของอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ให้มีการเคลื่อนที่ผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้ให้เร็วขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาในการดูดซึมสารอาหาร ไขมัน น้ำตาลของกระเพาะอาหารและลำไส้มีเวลาที่น้อยลง จึงดูดซึมสารอาหารไขมัน แป้งและน้ำตาลได้น้อยลงยิ่งขึ้น เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปใหม่ในปริมาณที่น้อยลง แต่ในยามที่ร่างกายต้องการพลังงานมากกว่าที่ร่างกายทำการดูดซึมเข้าไป ร่างกายก็จะเข้าไปดึงไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายนอกออกมาใช้เปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับร่างกายแทน จึงทำให้ปริมาณไขมันที่มีอยู่ในร่างกายลดลงนั่นเอง 2.อิ่มนานขึ้น เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยสลายไฟเบอร์ได้ เมื่อไฟเบอร์เข้าสู่กระเพาะอาหาร ลำไส้ไฟเบอร์จะทำการดูดซึมน้ำและน้ำตาลที่อยู่ในกระเพาะอาหารบางส่วนไว้และจะคงตัวอยู่เช่นนั้นจนกว่าร่างกายจะทำการขับออกมา ทำให้พื้นในกระเพาะอาหารและลำไส้เต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่รับประทานเข้าไป เมื่อพื้นที่ในกระเพาะอาหารเต็มร่างกายจะรู้สึกอิ่มไม่ต้องการอาหารเพิ่มเข้าไปอีก ร่างกายจึงได้รับอาหารประเภทแป้ง น้ำตาลและไขมันได้น้อยลงกว่าเดิม ดังนั้นพลังงานที่ได้มีปริมาณที่พอดีกับความต้องการของร่างกายไม่มากเกินความจำเป็น…

ท่าแอโรบิคเพื่อลดหน้าท้อง

การออกกำลังกายที่เป็นกิจกรรมกลุ่ม มีความพร้อมเพรียงและสนุกสนานเร้าใจ ก็ต้องเป็นการออกกำลังกายด้วยท่าแอโรบิค หรือการเต้นแอโรบิก (Aerobic Exercise) ซึ่งมีเสียงเพลงเป็นส่วนประกอบช่วยให้ทุกคนแสดงท่าออกกำลังกายได้อย่างพร้อมเพรียงกัน การเต้นแอโรบิคดีต่อสุขภาพอย่างไร และท่าแอโรบิคช่วยลดหน้าท้องได้หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ การเต้นแอโรบิค คืออะไร การเต้นแอโรบิก (Aerobic Exercise) หมายถึง การออกกำลังกายกลางแจ้งด้วยท่าการบริหารที่นำมาประยุกต์เข้ากับจังหวะดนตรีเพื่อให้ผู้ออกกำลังกายรู้สึกสนุกเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง และจังหวะการเต้น ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวทุกส่วนแบบคาร์ดิโอ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญทำให้รูปร่างกระชับ กล้ามเนื้อแข็งแรงและปราศจากไขมันส่วนเกิน ลักษณะสำคัญของการออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือต้องหายใจในขณะที่กำลังออกกำลังกายเพื่อนำเอาออกซิเจนไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน การเต้นแอโดรบิคลดหน้าท้อง ได้หรือไม่ แอโรบิค เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง จุดประสงค์ของการออกกำลังกายก็เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สำหรับท่าทางของการเต้นแอโดรบิคที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับจังหวะเพลง เน้นความสนุกสนาน นิยมออกกำลังกายเป็นกลุ่มโดยมีผู้นำเต้น ทำให้เกิดความพร้อมเพรียงสวยงาม แต่ละท่าเต้นยังมีความยากง่าย เริ่มจากท่าเต้นในระดับเบื้องต้น ระดับกลาง และระดับชำนาญแล้ว การเต้นแอโดรบิค ปกติเป็นกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อการลดน้ำหนัก การเต้นเพื่อลดหน้าท้องจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะเป็นการบริหารร่างกายทุกส่วน ถือเป็นกิจกรรมกลุ่มที่กำลังเป็นที่นิยมของทุกเพศ ทุกวัย การเต้นแอโรบิค ควรเตรียมความพร้อมอย่างไร การเต้นแอโรบิค เป็นกิจกรรมที่ต้องมีความคล่องตัว การเตรียมตัวเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการลดหน้าท้องและลดหน้ำหนักส่วนเกิน ควรเตรียมความพร้อม ดังนี้ 1.เลือกสวมเสื้อผ้าให้กระชับ พอดีตัว เนื้อผ้าเหมาะกับรูปแบบของกิจกรรมเพื่อความคล่องตัว…

ผลไม้สลายไขมันหน้าท้อง

การเลือกรับประทานอาหารที่มีเส้นใย (Fiber) สูง ให้พลังงานต่ำเป็นวิธีที่สามารถช่วย สลายไขมันหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งเส้นใยพบได้มากในผลไม้หลายชนิด ซึ่งการเลือกรับประทานผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ให้พลังงานต่ำและมีเส้นใยสูงจะสามารถช่วย สลายไขมันหน้าท้องได้มากขึ้น ผลไม้ที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องมาฝากกันดังนี้ 1.แก้วมังกร แก้วมังกรผลไม้ไทย ๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ให้แคลอรีต่ำ ซึ่งแก้วมังกร 100 กรัมให้พลังงานเพียงแค่ 60 แคลอรีเท่านั้นและประกอบไปด้วยไฟเบอร์ถึง 2.6 กรัม แก้วมังกรยังอุดมไป ธาตุเหล็ก รวมทั้ง วิตามินบี1 บี2 บี3 วิตามินซี ฟอสฟอรัส โปรตีน และแคลเซียม นอกจากนั้นในเนื้อแก้วมังกรในยังมีสารมิวซิเลจ (Mucilage) ที่เป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเจลในปริมาณที่สูงอยู่ภายในแล้ว เมล็ดของแก้วมังกรยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี 2.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เชอรี่ สตรอเบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ ลูกหว้า มะขามป้อม ลูกหม่อน มะยม เชอรี่ไทย เป็นต้น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ใยอาหารสูงมาก มีปริมาณน้ำตาลและให้พลังงานที่ต่ำมาก เช่น สตอเบอร์รี่ 100…

เทคนิคสลายไขมันหน้าท้องผู้ชาย เมื่ออายุเกินสี่สิบปี

เมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 คุณผู้ชายหลายท่านต้องประสบกับไขมันที่พอกพูนอยู่ที่บริเวณหน้าท้องหรือที่เรียกง่ายว่ามีพุง ไขมันที่อยู่บริเวณหน้าท้องเป็นไขมันนอกจากจะทำให้รูปร่างแลดูไม่ดีแล้ว ไขมันที่บริเวณหน้าท้องยังเป็นสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคของร่างกายอีกด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดเลี้ยงสมองตีบ โรคอัมพฤกษ์หรือโรคอัมพาต โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งโรคที่กล่าวมานั้นนับเป็นโรคที่มีความร้ายแรงถึงชีวิตได้ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่ร้ายแรงและช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณผู้ชายแล้ว การสลายไขมันหน้าท้องจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งการสลายไขมันหน้าท้องเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถ แต่ก่อนที่เราจะไปดูเทคนิคในการสลายไขมันหน้าท้อง เราต้องทราบถึงสาเหตุของการเกิดไขมันหน้าท้องเสียก่อน เพื่อป้องกันการสะสมเพิ่มของไขมันดังกล่าว แหล่งที่มาของไขมันหน้าท้อง คือ 1.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่บริเวณหน้าท้อง เนื่องจากแอลกอฮอล์ให้พลังงานสูงและเมื่อดื่มเข้าไปทำให้ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) มีระดับที่ลดลง ทำให้ร่างกายมีระดับการเผาพลาญพลังงานที่ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจะทำให้มีการสะสมของไขมันที่หน้าท้องเป็นจำนวนมาก 2.อาหารตามสั่งหรืออาหารจานด่วน อาหารเหล่านี้เป็นอาหารหลักของใครหลายคน ซึ่งอาหารประเภทนี้จะประกอบไปด้วยแป้ง น้ำตาล น้ำมันเป็นส่วนผสมหลัก จึงทำให้เมื่อบริโภคเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะได้รับพลังงานที่มากเกินความต้องการจึงเข้าไปสะสมในร่างกายโดยเฉพาะที่บริเวณหน้าท้อง 3.ขาดการออกกำลังกาย เมื่ออายุมากกว่า 30 ปี ระบบการเผาพลาญพลังงานของร่างกายจะมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ดังนั้นเมื่อรับประทานอาหารเหมือนปกติแต่ร่างกายจะไม่สามารถเผาพลาญพลังงานออกมาใช้ได้มาก จึงมีการสะสมของพลังงานในรูปแบบของไขมันมากขึ้น และพบว่าในผู้ชายการสะสมของไขมันจะมีแนวโน้มมาสะสมที่บริเวณหน้าท้องมากที่สุด การออกกำลังจะสามารถช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไป ดังนั้นถ้าร่างกายขาดการออกกำลังกายแล้วไขมันก็จะยิ่งเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้มีการสะสมของไขมันที่บริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าไม่ต้องการที่จะมีไขมันสะสมควรที่จะหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ แต่สำหรับท่านที่มีไขมันสะสมอยู่แล้ว เทคนิคที่สามารถช่วยสลายไขมันหน้าท้องให้กับคุณผู้ชาย ดังนี้ 1.ควบคุมพฤติกรรมการกิน หลักการกินอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดพุง คือ ต้องรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง…

ซิตอัพให้หน้าท้องยุบ และ มี Six Pack

ในยุคนี้การมีรูปร่างสวยสมส่วนเพียงอย่างเดียวคงยังไม่พอ การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องสร้างซิกซ์แพ็ก (six pack) เป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพและชื่นชอบการออกกำลังกายต้องการ แต่หลายคนอาจมีปัญหาเรื่องไขมันหน้าท้องทำให้การสร้าง Six Pack ทำได้ยากและใช้เวลานาน ควรซิตอัพอย่างไรเพื่อลดไขมันหน้าท้อง บทความนี้มีความรู้มาแนะนำ การสร้าง Six Pack คืออะไร ซิกซ์แพ็ก (Six Pack) คือ กล้ามเนื้อที่แบนเรียบและแข็งแกร่งบริเวณหน้าท้อง ซึ่งทุกคนมีเหมือนๆกัน แต่จะเห็นซิกซ์แพ็ก ของแต่ละคนได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับไขมันที่ปกคลุมอยู่ หากมีไขมันบริเวณหน้าท้องหรือมีพุงยื่นออกมา ก็จะไม่เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเมื่อต้องการสร้าง Six Pack จึงต้องลดปริมาณไขมันให้ได้ก่อน การสร้างซิกซ์แพ็ก (Six Pack) ทำได้หลายวิธีและการซิตอัพหรือครันช์ คือท่าการบริหารอีกวิธีหนึ่งสำหรับฝึกกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องให้กระชับมีซิกซ์แพ็ก ซิตอัพอย่างไร ให้หน้าท้องลด และ มี Six Pack ทุกคนมีกล้ามท้องติดตัวมาแต่เกิด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกล้ามท้องที่แบนราบและแข็งแรงเพื่อใช้งาน แต่การมีไขมันหน้าท้องทำให้มองไม่เห็นกล้ามเนื้อและการสร้าง Six Pack ของแต่ละคนก็ทำได้ยาก ดังนั้นก่อนการซิตอัพหรือบริหารหน้าท้องจะต้องกำจัดไขมันหน้าท้องให้หมดไปด้วยวิธีต่อไปนี้ 1.ควบคุมการบริโภคตามหลักโภชนาการ การลดปริมาณไขมันบริวณพุงหรือหน้าท้องต้องเริ่มจากการควบคุมอาหาร ในแต่ละวันร่างกายควรได้รับพลังงานประมาณ 18-26 แคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น…

ท่าแพลงก์ลดพุง เห็นผลภายใน 1 เดือน

ใครอยากพุงยุบ หุ่นสวย ต้องบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอด้วยท่าแพลงก์ ท่านี้จะช่วยลดพุงหรือหน้าท้องได้เร็วและง่ายมาก มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บระหว่างบริหารร่างกายน้อยกว่าท่าอื่นๆ แถมยังทำได้ทุกที่ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆมาประกอบการบริหารร่างกายให้ยุ่งยาก ซึ่งเราได้รวบรวมท่าแพลงก์แบบต่างๆ พร้อมรายละเอียดวิธีทำแบบเข้าใจง่ายมาแบ่งปัน ขอแค่คุณมีวินัย ทำทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง ไม่เกิน 1 เดือนท้าให้คุณวัดรอบเอวได้เลย พุงยุบทันตาเห็นอย่างแน่นอน ก่อนจะออกกายบริหารด้วยท่าแพลงก์ทุกครั้ง ควรเตรียมเสื่อโยคะ หรือพรมปูพื้น สวมชุดออกกำลังกายและใส่รองเท้ากีฬาให้เรียบร้อย ห้ามแพลงก์ทั้งๆที่ไม่สวมรองเท้าโดยเด็ดขาด รวมท่าแพลงก์ลดพุง 12 ท่า 1 ท่าแพลงก์พื้นฐาน ( Basic Plank ) ท่าแพลงก์นี้ทำไม่ยาก เพียงคุณนอนคว่ำลงกับพื้นราบ ใช้ปลายเท้าจิกพื้นไว้ ตั้งแนวลำตัวให้ตรงเสมอกัน ไม่ก้มหน้า ก้นไม่โด่ง วางข้อศอกราบไปกับพื้น เกร็งหน้าท้องและก้นในขณะทำ หายใจจังหวะปกติและสม่ำเสมอ นับ 1-20 แล้วคลายตัว ทำซ้ำใหม่จนครบ 30 เซ็ต 2 ท่าแพลงก์แบบใช้กำลังแขน ( Straight-Arm Plank ) ท่านี้จะคล้ายกับท่าวิดพื้น วางเท้าในตำแหน่งเดียวกับท่าแรก เอาแขนยันพื้นเหยียดตรง ไม่พับข้อศอก…

ฮูลาฮูปลดหน้าท้องได้จริงหรือ

กิจกรรมการออกกำลังกาย ที่ทำให้เกิดความสนุกเพลิดเพลิน และช่วยลดหน้าท้อง ขจัดไขมันส่วนเกินให้หมดไปมีหลายรูปแบบ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเชื่อว่าสามารถทำให้หน้าท้องลดลงได้อย่างเห็นผล การเล่นฮูลาฮูปช่วยลดหน้าท้องได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ อุปกรณ์ ฮูลาฮูป คืออะไร ฮูลาฮูป (Hula hoop) คืออุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นห่วงพลาสติกกลมๆ ใช้สำหรับการออกกำลังกาย ในอดีต ฮูลาฮูป มีวิวัฒนาการมาจากเถาองุ่นแห้ง พัฒนามาเป็นอุปกรณ์ทำมาจากไม้ ไม้ไผ่ และหญ้า ในยุคอียิปต์โบราณมีหลักฐานพบว่าคนกรีก เล่นฮูล่าฮูป เพื่อออกกำลังกาย และต่อมาในทศวรรษ 1950 ฮูลาฮูปกลายเป็นของเล่นของคนยุคนั้นอีกทั้งยังสร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นทั้งของเล่นและยังสามารถนำไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกกำลังกายได้ด้วย ฮูลาฮูป มีประโยชน์อย่างไร ปัจจุบัน ฮูลาฮูป เป็นของเล่นและอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกรุ่นทุกวัย การใช้ประโยชน์แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1.ประโยชน์ด้านความบันเทิง ฮูลาฮูป เป็นอุปกรณ์ที่นิยมนำมาประกอบการแสดงเพื่อเพิ่มสีสัน และสร้างความน่าสนใจให้กับการแสดงชุดนั้นๆ เช่น การแสดงแสดงคอนเสิร์ต ใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบการแสดงของเด็กๆในกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ 2.ประโยชน์ด้านสุขภาพ การเล่น ฮูลาฮูป ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะการออกกำลังกายโดยใช้…

วิธีลดพุงโดยควบคุมแคลอรี่ของอาหาร

เนื่องจากยุคนี้ เป็นยุคที่อะไรๆก็สะดวกสบายไปเสียทั้งหมด แค่ใช้เพียงปลายนิ้วเดียวสัมผัสหน้าจอคุณก็สามารถสั่งอาหารมาทานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นสาเหตุให้คนไทยในยุคปัจจุบันเสียสุขภาพ และเสียบุคลิกด้วยโรคอ้วนและลงพุงกันเสียมาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ส่งผลเสียมากมายต่อสุขภาพ โรคอ้วนเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยปีละไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น ก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องการควบคุมแคลอรี่อาหาร เราควรลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วนหรือลงพุง 1.นอนดึกกว่าเวลาที่เหมาะสม 2.ทานอาหารผิดเวลา 3.ละเลยการออกกำลังกาย 4.ดื่มน้ำหวานแทนน้ำเปล่า 5.กินอาหารที่ปราศจากคุณค่าทางอาหาร 6.มีความเครียดสะสม 7.กินอาหารไม่ครบมื้อ หรือ อดอาหาร แล้วเราจะควบคุมแคลอรี่อาหารได้อย่างไร ? ในบทความนี้ เราจะไม่เน้นย้ำถึงการควบคุมแคลอรี่อาหารเป๊ะๆแบบชั่ง ตวง วัด ตามที่เทรนเนอร์หลายๆคนได้แนะนำไว้ เพราะวิธีควบคุมแคลอรี่ตามหลักการคำนวณเหล่านั้น ใช้ไม่ได้ผลจริงเสมอไป และที่สำคัญคือ เป็นวิธีที่มีขั้นตอนจุกจิก ยุ่งยาก ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานและสร้างฐานะ ดังนั้น เราจึงรวบรวมวิธีการควบคุมแคลอรี่อาหารและการปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อการลดน้ำหนักที่ได้ผลมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ วิธีลดพุงด้วยการควบคุมแคลอรี่อาหารในยุค 4G 1.ห้ามอดอาหารโดยเด็ดขาด การอดอาหารแบบหักดิบจนเกินไปนั้น ส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิด อันดับแรกเลย ร่างกายเราจะเข้าใจผิดว่าเรากำลังเข้าสู่สภาวะลำบาก และปรับสภาพร่างกายให้เผาผลาญพลังงานต่างๆให้น้อยลง เพื่อเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ยามจำเป็น ซึ่งพลังงานต่างๆที่ถูกสะสมนั้น ร่างกายเราจะนำไปเก็บไว้ที่พุงก่อนเลยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยต้นขา ต้นแขน และจุดอื่นๆตามลำดับ การสะสมไขมันตามจุดต่างๆของร่างกายนั้นเป็นไปได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน…

สลายไขมันหน้าท้องหลังคลอด

การตั้งครรภ์นำความสุขและความสมบูรณ์ให้กับครอบครัว ช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่คุณแม่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไปจะมีขนาดที่มากกว่าปกติถึงสองเท่า และสิ่งที่ตามมาคือน้ำหนักตัวที่สูงขึ้นกับหน้าท้องที่ยืนขึ้นมาเนื่องจากทารกในครรภ์ แต่หลังจากที่คลอดลูกออกไปแล้วสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่กับคนเป็นแม่ก็คือ ไขมันหน้าท้องก้อนขนาดใหญ่ ไขมันส่วนนี้คุณแม่มือทุกคนย่อมไม่ต้องการให้คงอยู่บนเรือนร่างอันสวยงามของตน วันนี้เรามีวิธีสลายไขมันหน้าท้องสำหรับคุณแม่หลังคลอดมาฝาก ดังนี้ 1.ให้ลูกดื่มนมแม่ การที่ลูกดื่มน้ำนมจากนมแม่ เป็นการกระตุ้นการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อลูกดื่มน้ำนมจากเต้านมของแม่ ร่างกายจะต้องทำการผลิตน้ำนมขึ้นมาเพื่อทดแทนน้ำนมที่สูญเสียไป ซึ่งกระบวนการสร้างน้ำนมนี้ต้องใช้พลังงานสูงและต้องดึงไขมันจากร่างกายมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นการให้ลูกดื่มน้ำนมของแม่จึงเป็นวิธีที่ช่วยสลายไขมันหน้าท้องหลังคลอดที่ได้ผลดีมาก 2.ควบคุมอาหาร คุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมบุตรเองจะมีความต้องการอาหาร เนื่องจากร่างกายต้องสูญเสียน้ำ สารอาหารไปกับน้ำนมให้ลูก จึงต้องการอาหารโดยเฉพาะอาหารหวานที่เป็นแหล่งพลังงานสูง ดังนั้นการเลือกอาหารที่มีประโยชน์ และให้พลังงานสูง เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไขมันจากปลาทะเล น้ำเต้าหู้ ผักและผลไม้ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนกับความต้องการของร่างกายและความต้องการของบุตรจากนมแม่ แต่ให้พลังงานที่ต่ำ ร่างกายจึงต้องดึงไขมันหน้าท้องมาใช้เป็นแหล่งพลังงาน และลดการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ของหวาน กะทิ น้ำตาล ขนมปัง แป้ง ถึงแม้ว่าการรับประทานอาหารเหล่านี้จะทำให้คุณแม่ที่ให้นมบุตรรู้สึกสดชื่นมีแรง แต่ว่าปริมาณสารอาหารที่ได้จะเข้าไปสะสมเพิ่มที่หน้าท้องมากขึ้น 3.การอยู่ไฟ การอยู่ไฟเป็นกิจกรรมที่คุณแม่หลังคลอดควรที่จะกระทำถ้าสามารถกระทำได้ เนื่องจากการอยู่ไฟคุณแม่จะต้องอยู่ในตู้อบหรือเตาอบหรือทำการประคบร้อนที่บริเวณหน้าท้อง เพื่อช่วยในการขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ในมดลูกให้ออกมาจนหมด และช่วยกระชับมดลูกด้วย ซึ่งการอยู่ไฟร่างกายจะต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิที่สูงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง อุณหภูมิที่สูงจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาพลาญไขมันหน้าท้อง ทำให้มีการเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานหรือขับออกมาในรูปของเหงื่อมากขึ้น ปริมาณไขมันที่หน้าท้องจึงมีขนาดที่ลดลง 3.ออกกำลังการ การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่หลังคลอดสามารถแบ่งออกเป็น 2…

ต้องลดพุงเทคนิคแก้ปวดหลังแบบง่ายๆ

ปัจจุบันนี้ คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ตารางการใช้ชีวิตประจำวันเริ่มคลาดเคลื่อน ส่งผลให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาววัยทำงานมีปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ทั้งโรคอ้วน ไวรัสตับอักเสบบี ความดันโลหิตสูง และโรคยอดฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ เป็นต้น สาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆในร่างกายคือ… 1.การนั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ 2.แบกสัมภาระระหว่างเดินทางหนักเกินไป 3.ยืนหรือนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ 4.เริ่มมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตผิดตารางเวลา 5.ติดโทรศัพท์มือถือ ก้มมากเกินไป ทำให้ปวดเมื่อย และทันทีที่คุณมีรูปร่างผิดปกติจากการใช้ชีวิตแบบคนคนรุ่นใหม่ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ปัญหาด้านสุขภาพก็จะออกอาการตามมาเป็นเงาตามตัว ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพที่เสียไปและทำให้คุณดูไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน หนักที่สุดคือาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม อาการเหล่านี้อาจพัฒนาจนกลายเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อีกด้วย คุณอาจต้องลางาน หรือตกงานเป็นเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งในบทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคต่างๆในการแก้ปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิดวิธีมาฝากกัน ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ เทคนิคลดพุงเพื่อแก้อาการปวดหลังอย่างถาวร 1.ลดพุงด้วยเทคนิคการแกว่งแขวนตามเทคนิคแพทย์แผนจีน การแกว่งแขน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาโรคตามการแพทย์แผนจีน เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกที่ มีขั้นตอนง่ายๆในการทำดังนี้ ยืนตัวตรง กางขาออก ปลายเท้าเสมอหัวไหล่ หันฝ่ามือเข้าหาลำตัว แกว่งแขนไปด้านหน้า 60 องศา ด้านหลัง 30 องศา ไม่เหวี่ยงแรงจนเกินไป ระหว่างทำก็เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วย ทำซ้ำจนกว่าจะพอใจ ไม่นานก็เห็นผล 2.ลดพุงด้วยท่าแพลงค์อย่างง่ายๆ ท่าแพลงค์เป็นท่าที่ทำได้ง่าย แต่ได้ผลและเรียกเหงื่อมากที่สุด…

ออกกำลังกายหน้าท้องไม่ลด

การออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างสมส่วนทำได้หลายวิธี และการดูแลรูปร่างที่ดีต้องไม่ปล่อยให้มีไขมันสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กล้ามเนื้อต้องกระชัย หน้าท้องต้องมีซิกแพก หรือ Abs (Abdominal Muscles) แต่หลายคนออกกำลังกายแล้วหน้าท้องก็ยังไม่ลด เป็นเพราะสาเหตุใด บทความนี้มีคำตอบ การออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก สำหรับคนที่มีน้ำหนักส่วนเกินหรือเป็นโรคอ้วน การออกกำลังกายเป็นวิธีควบคุมน้ำหนักหรือทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเห็นผล แต่ทั้งนี้ต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากลดน้ำหนักได้แล้วยังควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เราต้องการโดยไม่กลับมาอ้วนอีก ประเด็นการออกกำลังกายยังไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการลดหรือควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีผลงานการวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ มีส่วนช่วยลดความเครียดและทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ก็คือการทำให้ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายหมดไป ทำให้น้ำหนักตัวลดลงและมีรูปร่างที่สมส่วน ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะบางคนรูปร่างไม่อ้วน แต่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง เมื่อออกกำลังกายไขมันบริเวณหน้าท้องก็ยังไม่ลดลง นั้นเป็นเพราะการลดไขมันไม่ใช่การลดน้ำหนัก วิธีการออกกำลังกายจึงต้องแตกต่างกัน การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก คืออะไร การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก หมายถึง การทำให้น้ำหนักโดยรวมของร่างกายทั้งหมดลดลง ด้วยการอ้างอิงจากตัวเลขที่ปรากฎบนตาชั่งน้ำหนักเป็นเกณฑ์ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายแล้วการลดน้ำหนักอาจจะต้องมีวิธีการอื่นทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เช่น เน้นทานอาหารประเภทผักและผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์มากๆ ควบคุมปริมาณแคลอรี่ทำให้ร่างกายได้รับต่อวันน้อยลง เพื่อช่วยให้น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน คืออะไร การออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน หมายถึง การออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายให้หมดไปแล้วสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทนที่ การออกกำลังกายเพื่อลดไขมันไม่ได้ให้ความสำคัญหรือหรือเอาตัวเลขของน้ำหนักตัวบนตาชั่งมาเป็นเกณฑ์ การขจัดไขมันเฉพาะส่วนไม่ได้ทำให้นำหนักเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแค่ตัวช่วยเสริมเพื่อให้เราทราบถึงน้ำหนักมวลรวมที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างการลดน้ำหนักและการลดไขมัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การลดไขมันให้ความสำคัญกับหุ่นและรูปร่างที่กระชับแข็งแรงและได้สัดส่วน การออกกำลังกายของกลุ่มนี้จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อ…

ออกกำลังเพื่อลดหน้าท้องด้วย HIIT

การออกกำลังกายเป็นการดูแลสุขภาพที่มีหลายรูปแบบ และยังแบ่งออกเป็นหลายโซนเริ่มตั้งแต่ระดับเบาสุดจนถึงหนักสุด ซึ่งการออกกำลังกายในแต่ละโซนก็ส่งผลดีต่อสุขภาพแตกต่างกัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไขมันหน้าท้องหรือมีพุงยื่นออกมา HIIT คือเทคนิคการออกกำลังกายเพื่อการลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว HIIT คืออะไร HIIT ย่อมาจาก High Intensity Interval Training หมายถึง การออกกำลังกายแบบหนักและเบาสลับกันไปในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อเร่งและลดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกินและสร้างกล้ามเนื้อ โดยปกติการออกกำลังกายแบบ HIIT จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาทีต่อครั้ง แต่อัตราการเผาผลาญพลังงานจะมากพอๆกับการออกกำลังกายภายในระยะเวลาส 1-2 ชั่วโมง HIIT ลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร มีผลงานการวิจัยในประเทศสวีเดน ระบุว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ดีมาก เนื่องจากการออกกำลังกายแบบหนักจะทำให้มีการนำพลังงานมาทดแทนได้มากกว่าการออกกำลังรูปแบบอื่น เพราะใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานเมื่อร่างกายเสียคาร์โบไฮเดรตก็จะดึงไขมันมาใช้ทดแทน ทำให้สามารถลดหน้าท้องได้อย่างรวเร็ว แต่เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการออกกำลังกายแบบหนัก จึงไม่ควรทำติดต่อกันมากกว่า3 วันต่อสัปดาห์ HIIT กับเทคนิคออกกำลังกาย เพื่อลดหน้าท้องอย่างรวดเร็ว HIIT คือการออกกำลังกายแบบเข้มข้นที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการ HIIT อย่างถูกวิธีก็คือช่วยให้ลดหน้าท้องได้อย่างเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีเทคนิคการออกกำลังกาย ดังนี้ 1.การวอร์มอัพ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้งต้องมีการวอร์มหรืออบอุ่นกล้ามเนื้อ มีการยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อน เพื่อป้องกันปัญหา…